หน้าแรก : Home
เกี่ยวกับเพลงดาบฯ : Profile
หนังสือเพลงดาบฯ : Books
ภาพวาด : Paintings
คุยกับเพลงดาบฯ : Webboard
รวมบทสัมภาษณ์ : Interviews


ไปดู ไปรู้ ไปเห็น กับเพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย
OOM Magazine
Text : Little Photo : Ball
ตุลาคม 2007

‘เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย’ นอกจากจะเป็นชื่อกระบวนท่าไม้ตายของ โอกามิ อิโตะ พระเอกเรื่อง ‘ซามูไรพ่อลูกอ่อน’ แล้ว ยังเป็นนามปากกาของ ‘กาเหว่า - ชลลดา เตียวสุวรรณ’ ผู้จับงานขีดๆ เขียนๆ มาเกือบ 20 ปี ทั้งเขียนคอลัมน์ เขียนบทภาพยนตร์ (วัยอลวน 4 และเด็กหอ) แปลหนังสือ รวมถึงผลงานพ็อกเก็ตบุ๊คคุณภาพอีกหลายสิบเล่ม ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจนต้องพิมพ์ซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า และหากเอ่ยชื่อ ‘เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย’ กิจกรรมที่ดูเป็นเงาตามตัวเธอก็คงไม่พ้น ‘การเดินทาง’ ซึ่งเธอจำกัดความไว้ว่า “การท่องเที่ยวสำหรับเราคือการ ไปดู ไปรู้ ไปเห็น…”

วันนี้เราจึงขอตามกาเหว่าไปดู ไปรู้  ไปเห็น ชีวิตของเธอในวันสบายๆ เลียบแม่น้ำนครชัยศรี จากตลาดน้ำลำพญา สู่โรงเรียนบ้านธรรมชาติของเป้ สีน้ำ

ไปดู ... ตลาดน้ำลำพญา

แสงแดดจ้าทำมุมตกกระทบสายตาพอดิบพอดีเมื่อเราเดินทางถึง ‘ตลาดน้ำลำพญา’ จังหวัดนครปฐม ความสว่างทำเราตาพร่าไปชั่วขณะ ก่อนจะปรับโฟกัสจนภาพของ ‘กาเหว่า’ ซึ่งวันนี้สวมหมวกสีเหลืองเด่นขึ้นมาจากเหล่าฝูงชน เราเร่งฝีเท้าเข้าไปทักทาย แล้วก้าวสู่แพลอยน้ำที่มีร้านอาหารสารพัดชนิดไปพร้อมๆ กับเธอ

“มาที่นี่บ่อยเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเช้ากว่านี้ เพราะคนไม่เยอะ ไม่ค่อยร้อนด้วย” กาเหว่าเอ่ยระหว่างนำทางไปซื้อกับข้าว และขนมอย่างชำนิชำนาญ “ไม่ใส่ถุงค่ะ” เธอบอกทุกครั้งก่อนจ่ายตังค์ จากนั้นสาคูไส้หมู ห่อหมก และผลไม้หลากชนิดก็ถูกทยอยลงกระเป๋าผ้าจนเต็ม เพื่อเป็นของฝาก ‘เป้ สีน้ำ’ พี่ชายที่นับถือกับเพื่อนๆ

เมื่อจับจ่ายได้ครบตามต้องการกาเหว่าก็ชี้ให้ดูจุดที่ “ครูเป้” มักออกเรือพานักเรียนมาวาดรูปสีน้ำ “ถ้าวันไหนอากาศดีๆ จะล่องเรือมาจอดวาดรูปกันแถวๆ นี้ ” กาเหว่าทิ้งท้ายก่อนออกเดินทางต่อไปยัง ‘โรงเรียนบ้านธรรมชาติ’

ไปรู้ ... ศิลปะของเพลงดาบฯ

สองข้างทางจากตลาดน้ำเป็นทุ่งหญ้ากว้างสุดตาสลับกับนาข้าวผืนใหญ่ เพลิดเพลินกับธรรมชาติได้ไม่นานก็ถึงที่หมาย กาเหว่ามักหลบมาฝึกวิทยายุทธลับฝีแปรง (พู่กัน) ในยามว่าง

“สนใจเรื่องวาดรูปมานานแล้ว มีสีน้ำก็วาดเล่นตามมีตามเกิด ไม่รู้หลักอะไรหรอก” กาเหว่าเกริ่นถึงจุดเริ่มของเส้นทางสายศิลปะ

“เริ่มเรียนสีน้ำกับพี่เป้เมื่อ 4 ปีก่อน ตอนแรกวาดหุ่นนิ่งแล้วสักพักถึงจะวาดวิว แต่เราเรียนแค่สองคอร์สนะ ที่เหลือก็มานั่งวาดเฉยๆ แล้วให้พี่เป้ช่วยดู” (หัวเราะ)

หากเปรียบการเขียนหนังสือเป็นการระบายความคิด แชร์ประสบการณ์กับความรู้สึก แล้วการวาดภาพของกาเหว่าคืออะไร...

“ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น ไม่ได้วาดหวังปลายทางดีเลิศ เจออะไรสวยๆ ชวนดึงดูดตาก็ลงมือเลย แต่ถ้าเขียนหนังสือมันต้องออกมาดีที่สุด เพราะเราไม่ใช่คนเขียนทิ้งเขียนขว้าง ต้องคิดเยอะๆ เลือกประเด็นดีๆ มีอย่างเดียวที่วาดกับเขียนเหมือนกันคือ ‘ความสุข’

“ช่วงก่อนวาดรูปเรากังวลว่าจะเสียเวลาหรือเปล่า มานั่งวาดอะไรก็ไม่รู้แทนที่จะเดินไปดูโน่นดูนี่ ว้าวุ่นอยู่แป๊บนึง จนเราลงมือวาดนั่นแหละมันถึงค่อยๆ รวมตัวเราเข้ามาเป็นหนึ่งเดียว พอเสร็จปุ๊บก็มีความสุขคล้ายกับคนที่หงุดหงิดแล้วกระโดดลงน้ำ ว่าย ๆ ๆ สักครึ่งชั่วโมง พอขึ้นจากสระมันจะเป็นโลกอีกใบเลย ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา วาดรูปกับเขียนหนังสือก็เป็นแบบเดียวกัน คือจะเหนื่อยแบบไม่น่าเชื่อว่าเหนื่อยอะไรนักหนา... แต่สุดท้ายก็มีความสุข” (ยิ้ม)

ท่าน้ำของโรงเรียนบ้านธรรมชาติวันนี้มีเรือมาจอดเทียบทักทายเป้ สีน้ำไม่หยุดหย่อน ทั้งครูและนักเรียนช่วยกันต้อนรับแขกบ้านแขกเรือ กาเหว่าขอตัวลุกไปรินน้ำเย็นๆ ให้คนพาย

“ที่นี่จะสบายๆ วาดไปเล่นไป คุยไปกินไป บางทีก็นอน” (หัวเราะ) กาเหว่าว่าอย่างนั้น ตามด้วยสิ่งสำคัญที่ได้รับจากการเรียนศิลปะของเธอ

“ได้เรียนรู้เรื่องการมองเห็น คนส่วนใหญ่มักสนใจแต่เทคนิคกับวิธีการ อย่างร้องเพลงก็คิดว่าต้องเอาเสียงออกมาจากไหน การเขียนจะใช้สำนวนยังไงถึงจะดี ซึ่งจริงๆ การร้องเพลงมันสำคัญที่การฟังต้องไม่เพี้ยน การเขียนให้ได้ดีต้องอ่านให้เยอะ เหมือนการวาดรูปที่สำคัญตรงการมองว่าเราเห็นรายละเอียดได้แค่ไหน เรื่องคู่สี ทีพู่กัน ไว้ว่ากันทีหลังเลย

“เรียนศิลปะแล้วจะมองในสิ่งที่ไม่เคยเห็น อย่างท้องฟ้าแต่ก่อนก็เห็นแค่ฟ้าสวยดี แต่เดี๋ยวนี้มองออกว่าฟ้าตรงนั้นมันเข้มนะช่วยขับต้นไม้ด้านหน้าให้ขึ้นมาเป็นพุ่ม   เราจะสังเกตและเสพความงามของสิ่งต่างๆ ได้ลึกซึ้งและละเอียดขึ้น”

ไปเห็น ...การเดินทางของแม่น้ำร้อยสาย

กาเหว่าหยิบภาพสีน้ำที่เพิ่งวาดตอนไป ‘ลาดัก’ มาให้เราดูประกอบเรื่องราวการเดินทางของเธอ

“พ่อกับแม่ชอบเที่ยวทั้งคู่ เวลาจะไปไหนเลยไม่มีใครห้ามแถมยังสนับสนุนด้วยนะ พ่อบอกว่าถ้ารักจะเที่ยวก็ให้ไปตอนยังสาว แก่แล้วค่อยเที่ยวมันไม่สนุกหรอก เลยได้เดินทางมาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่ปุบปับมีจุดเปลี่ยนชีวิต แต่มันหล่อหลอมมาแบบนี้ เราบรรจุการท่องเที่ยวไว้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่งานอดิเรก ถ้าเราต้องทำงาน ต้องพักผ่อน เราก็ต้องเดินทางเหมือนกัน ... เป็นส่วนหนึ่งไม่ใช่ส่วนเกิน” (ยิ้ม)

เราบอกกาเหว่าว่าชีวิตเธอช่างคุ้มแสนคุ้ม และเราอยากออกตะลุยแบบนี้บ้าง แต่จนเงินจนเวลา

“มันจัดการได้ เชื่อมั้ย ปัจจัยสำคัญของการเดินทางคือความพร้อมของเรานะ นอกจากทุนทรัพย์ เราต้องรับผิดชอบตัวเองได้ พร้อมจะไปเห็น ไปดู ไปรู้อะไรใหม่ๆ ไม่ต้องรอให้งบฯ พร้อมก็ออกเดินทางได้ มีเงินกับเวลาเท่านี้ควรจะไปที่ไหน ไปยังไง อย่างเราถ้าอายุมากๆ ก็ต้องจัดการการเที่ยวใหม่ ที่เคยตะลอนไปเรื่อยก็อาจไปอยู่ที่ไหนนานๆ สักที่ แล้วนั่งวาดรูป ที่เคยแบกเป้ก็คงต้องลากกระเป๋าไปตามสภาพ” (หัวเราะ)

กาเหว่าหันไปวาดรูปที่ค้างอยู่อย่างสบายอารมณ์ เราบ่นพึมว่ายังไม่อยากกลับบ้าน

“คิดเสียว่าการกลับบ้านคือการเดินทางอีกเที่ยวหนึ่งสิ จะได้กลับไปเจอครอบครัว”

ถึงจะสนุกแค่ไหน ต่อให้เดินทางไกลจนสุดขอบโลก แต่สุดท้ายไม่ว่านกกาเหว่าหรือนกกระจิบอย่างเรา ๆ ก็มีความสุขทุกทีที่ได้กลับไปตายรัง

OOM Magazine
www.oommagazine.com


^ กลับขึ้นด้านบน ^
เขียนหาเพลงดาบฯ : Mail to Plengdab
©2007 Plengdab.com. All rights reserved.